AEKKU Alumni Association Regulations

(ร่าง) ข้อบังคับสมาคมศิษย์เก่าศิลปศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ภาพถ่ายของฉัน
ชื่อ:
ตำแหน่ง: Khon Kaen, Thailand

โครงการจัดตั้ง สมาคมศิษย์เก่าศิลปศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

14 สิงหาคม 2006

หมวด 14 บทเฉพาะกาล

ข้อ 57 ใ ห้ผู้เริ่มก่อตั้งสมาคมท ี่แสดงรายชื่อในคำร้องอนุญาตจดทะเบียนสมาคม เป็นกรรมการบริหารเริ่มแรกของสมาคม คณะกรรมการบริหารเริ่มแรกนี้ มีสิทธิและหน้าที่ทุกประการของคณะกรรมการบริหารตามความในข้อบังคับนี้และให้ คณะกรรมการบริหารเริ่มแรกนี้ ดำเนินการรับสมัครสมาชิกของสมาคมมีกำหนดภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต

ข้อ 58 เมื่อปฏิบัติตามข้อ 57 แล้ว ให้คณะกรรมการดังกล่าวรักษาการต่อไป เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งนายกสมาคม ตามวิธีการในข้อบังคับนี้ให้เสร็จสิ้น ภายในเวลาไม่เกิน 2 ปี

ข้อบังคับสมาคมนี้ประกาศใช้เมื่อวันที่ ..........................................

ลงชื่อ..........................................

(..................................................)

นายกสมาคมสมาคมศิษย์เก่า
ศิลปศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

หมวด 13 การเลิกสมาคมและการชำระบัญชี

ข้อ 54 การเลิกสมาคมจะกระทำได้โดยคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมดในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี มีมติให้เลิก

ข้อ 55 ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเป็นผู้ลงมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี และการชำระบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมาย

ข้อ 56 ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลือจากการชำระบัญชีมีอยู่เท่าใด ให้ตกเป็นของสาขาวิชาศิลปศึกษา

หมวด 12 การแก้ไขข้อบังคับ

ข้อ 50 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ จะทำได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือที่ประชุมใหญ่วิสามัญ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงที่มาประชุม

ข้อ 51 ที่ประชุมใหญ่ลงมติในการนี้ ก็ต่อเมื่อมีสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงไม่น้อยกว่า 20 คน หรือคณะกรรมการบริหารเป็นผู้เสนอ โดยให้เสนอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการล่วงหน้า ก่อนที่จะมีการประชุมใหญ่ ไม่น้อยกว่า 30 วัน

ข้อ 52 ให้เป็นหน้าที่ของเลขาธิการ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหาร ส่งสำเนานั้นไปให้สมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงทราบไม่น้อยกว่า 20 วัน และให้ประกาศไว้ ณ สำนักงานสมาคม ไม่น้อยกว่า 10 วัน ก่อนที่จะมีการประชุม

ข้อ 53 ข้อบังคับที่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมดังกล่าวนั้น ให้ใช้ข้อบังคับเมื่อได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว

หมวด 11 การเงิน

ข้อ 41 ให้นายกสมาคมและเหรัญญิกเป็นผู้รับผิดชอบในการเงินและทรัพย์สินของสมาคมตามก ฎหมาย และให้ทำรายงานแสดงสถานะทางการเงิน รายรับ รายจ่าย สินทรัพย์ และหนี้สิน เสนอต่อคณะกรรมการบริหารทุก 6 เดือน

ข้อ 42 เงินของสมาคมต้องนำฝากธนาคารที่เชื่อถือได้ และที่คณะกรรมการบริหารได้รับรองในนามสมาคม เงินส่วนหนึ่งให้นำฝากธนาคารประเภทเงินฝากประจำ หรือกระทำการอื่นใดที่จะก่อให้เกิดดอกออกผล ตามที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร เว้นแต่กรณีเงินบริจาคซึ่งผู้บริจาคได้กำหนดเงื่อนไขไว้เป็นอย่างอื่น

ข้อ 43 เหรัญญิกจะเก็บรักษาเงินสดไว้สำรองจ่ายไม่เกิน 2,000 บาท ถ้าเกินจากนั้นต้องนำฝากธนาคาร

ข้อ 44 การสั่งจ่ายเงินของสมาคมจากธนาคาร โดยวิธีใช้เช็คธนาคารจะต้องมีการลงนามโดยกรรมการบริหารสองคน คือ นายกสมาคมหรืออุปนายก กับ เหรัญญิกหรือเลขาธิการ

ข้อ 45 คณะกรรมการบริหารจะต้องใช้จ่ายภายในวงเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติเว้นแต่ใ นกรณีที่จำเป็นก็ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายนอกเหนือจากงบประมาณรายจ่ายไม่ เกินร้อยละสิบของงบประมาณประจำปี และแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารทราบในการประชุมครั้งต่อไป

ข้อ 46 การจ่ายเงินทุกครั้งต้องมีหลักฐานในการจ่าย เพื่อเก็บไว้ตรวจสอบ และหลักฐานนั้นให้เหรัญญิกเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี จึงจะทำลายได้โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหาร

ข้อ 47 ใ ห้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ถูกต้องตามกฎหมาย จะต้องไม่ใช่กรรมการบริหาร หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของสมาคม

ข้อ 48 ผู้ตรวจสอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารเกี่ยวกับเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการบริหาร และสามารถจะเรียกคณะกรรมการบริหาร หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชี และทรัพย์สินของสมาคมได้

ข้อ 49 คณะกรรมการบริหารจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจสอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

หมวด 10 การประชุม

ข้อ 36 การประชุมของสมาคม แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังต่อไปนี้
36.1 การประชุมคณะกรรมการบริหาร
36.2 การประชุมใหญ่วิสามัญ
36.3 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี

ข้อ 37 การประชุมคณะกรรมการบริหาร
37.1 ให้คณะกรรมการบริหารประชุมปรึกษาหารือกิจการของสมาคมไม่น้อยกว่า 2 ครั้งต่อปี โดยให้เลขาธิการเป็นผู้เรียกประชุมตามความเห็นชอบของนายกสมาคม หรือกรรมการบริหารตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
37.2 ให้เลขาธิการเป็นผู้นัดหมายพร้อมกับส่งระเบียบวาระการประชุมให้กรรมการบริหารทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน
37.3 องค์ประชุมทุกครั้งต้องมีกรรมการบริหารเข้าประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจ ำนวน คณะกรรมการบริหารทั้งหมด โดยให้นายกเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกหรือ ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนไม่อยู่ ให้ที่ประชุมเลือกตั้งประธานชั่วคราวในการประชุมนั้น
37.4 นอกจากจะได้บังคับไว้เป็นอย่างอื่น มติของคณะกรรมการบริหารให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 38 การประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อพิจารณาเรื่องเร่งด่วน และฉุกเฉิน อันสำคัญต่อประโยชน์ของสมาคม ที่ไม่อาจรอถึงกำหนดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีได้ ให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญได้ดังต่อไปนี้
38.1 ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารเห็นสมควรให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง
38.2 ส มาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันร้องขอให้เปิดประชุมใหญ่วิสามัญได้โดยแสดงความจำนงเป ็นหนังสือต่อเลขาธิการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน และให้เลขาธิการจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหาร ภายใน 15 วัน
38.3 ให้เลขาธิการเป็นผู้นัดหมายพร้อมกับส่งระเบียบวาระการประชุมให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
38.4 การประชุมใหญ่วิสามัญทุกครั้ง ต้องมีสมาชิกเข้าประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม และดำเนินการได้ ถ้าพ้นเวลานัดหมายไป 1 ชั่วโมงแล้ว ยังไม่ครบองค์ประชุมให้ยกเลิกการประชุมใหญ่วิสามัญนั้น
38.5 นอกจากจะได้บังคับไว้เป็นอย่างอื่น มติของที่ประชุมใหญ่วิสามัญให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 39 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี
39.1 ให้คณะกรรมการบริหารเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
39.2 ให้เลขาธิการเป็นผู้นัดหมาย พร้อมส่งระเบียบวาระการประชุม ให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน พร้อมทั้งกำหนดการ วัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุม
39.3 องค์ประชุมของการประชุมใหญ่สามัญประจำปีต้องประกอบด้วย สมาชิกสามัญ ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ในกรณีที่พ้นเวลานัดหมายไปแล้ว 1 ชั่วโมง ยังไม่ครบองค์ประชุม ให้ยกเลิกการประชุมในวันนั้น และให้เรียกประชุมใหม่ภายใน 30 วัน การประชุมครั้งใหม่นี้สมาชิกจะมาเท่าใดไม่จำกัดให้ถือเป็นองค์ประชุมใหญ่ได้
39.4 การประชุมใหญ่สามัญประจำปีมีระเบียบวาระดังต่อไปนี้
- ประธานแจ้งเรื่องให้ที่ประชุมทราบ
- รับรองรายงานการประชุมในครั้งที่ผ่านมา
- ประธานแถลงผลงานในรอบปีที่ผ่านมา
- เหรัญญิกแถลงบัญชีรายรับรายจ่าย และเสนอบัญชีงบดุลประจำปี ซึ่งผู้ตรวจบัญชีของสมาคมรับรองแล้ว
- ปรึกษากิจการของสมาคม
- เลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ตามวาระ (ถ้ามี)
- แต่งตั้งผู้ตรวจบัญชี
- เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
39.5 การประชุมใหญ่สามัญประจำปีทุกครั้ง ให้นายกสมาคมเป็นประธานที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถดำเนินการได้ ให้อุปนายกสมาคมเป็นประธานที่ประชุม แต่ถ้าทั้งนายกและอุปนายกไม่สามารถดำเนินการได้ ให้ที่ประชุมเลือกคณะกรรมการบริหารคนหนึ่งเป็นประธานที่ประชุมนั้น
39.6 นอกจากจะได้บังคับไว้เป็นอย่างอื่น มติของที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 40 ในการประชุมทุกครั้ง ให้เลขาธิการเป็นผู้บันทึกรายงานการประชุม และให้ประธานที่ประชุมลงนามรับรอง เพื่อรักษาไว้เป็นหลักฐาน และการประชุมทุกครั้งต้องมีการรับรองรายงานการประชุมในครั้งที่ผ่านมา

หมวด 9 การดำเนินงานของคณะกรรมการบริหาร

ข้อ 34 การบริหารสมาคมจะกระทำได้ ต่อเมื่อได้จัดตั้งกรรมการบริหารตามข้อ 15 หมวด 6 แล้ว โดยมีนายกสมาคมซึ่งได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเป็ นประธาน

ข้อ 35 คณะกรรมการบริหารมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
35.1 บริหารกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
35.2 รับผิดชอบกิจกรรม การเงิน และทรัพย์สินของสมาคมทั้งหมด
35.3 เป็นผู้แทนของสมาคมในกิจกรรมอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก พิจารณาการรับ และการให้การช่วยเหลือแก่บุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชน โดยไม่เป็นภาระผูกพันในทางหนี้สินแก่สมาคม เว้นแต่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี
35.4 วางระเบียบขึ้นใช้โดยไม่ขัดแย้งต่อวัตถุประสงค์ และข้อบังคับ
35.5 แต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา และพิจารณาเชิญผู้มีเกียรติคุณเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
35.6 แต่งตั้ง บรรจุ ปลด เจ้าหน้าที่ของสมาคม (ถ้ามี)
35.7 พิจารณา และลงมติการรับ และถอดถอนสมาชิก
35.8 จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี
35.9 พิจารณาการให้รางวัลในนามของสมาคมแก่ศิษย์เก่าดีเด่นประจำปี
35.10 พิจารณาการให้ของที่ระลึกในนามของสมาคมแก่ผู้อุปการคุณ หรือผู้ช่วยเหลือกิจกรรมของสมาคม

หมวด 8 การพ้นจากตำแหน่งกรรมการบริหาร

ข้อ 31 กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งได้ดังต่อไปนี้
31.1 ออกตามวาระ
31.2 ตาย
31.3 ลาออก
31.4 ขาดจากสมาชิกภาพ
31.5 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออก ในกรณีที่กรรมการบริหารก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สมาคม ที่ประชุมใหญ่สามารถลงมติไม่ไว้วางใจ และถอนกรรมการบริหารเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ ด้วยคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม
31.6 ต้องรับอาญาจำคุกโดยคำพิพากษาโทษจำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำขึ้นโดยประมาท
31.7 ขาดประชุมคณะกรรมการบริหารติดต่อกันอย่างน้อย 3 ครั้ง โดยไม่แจ้งให้ทราบ

ข้อ 32 ถ้าตำแหน่งนายกสมาคมว่างลงเพราะเหตุผลอื่น นอกจากการออกตามวาระ ตามข้อ 31.1 หมวด 8 ให้อุปนายกเป็นนายกสมาคมไปจนหมดวาระ แต่ถ้าทั้งตำแหน่งนายกสมาคมและอุปนายกสมาคมว่างลง ให้คณะกรรมการบริหารเลือกกรรมการบริหารคนใดคนหนึ่งเข้าดำรงตำแหน่งแทนที่ว่า งนั้นจนหมดวาระ

ข้อ 33 ถ้ากรรมการบริหารตำแหน่งใดว่างลง ให้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งจากสมาชิกสามัญเข้าดำรงตำแหน่งแทนที่ว่างนั้นจน หมดวาระ หรือไม่แต่งตั้งผู้ใดเข้าดำรงตำแหน่งแทนก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพิจารณาความเหมาะสม

หมวดที่ 7 อำนาจหน้าที่ของกรรมการบริหาร

ข้อ 21 นายกสมาคม มีหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ นโยบาย ข้อบังคับและระเบียบของสมาคม เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร และที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี เป็นผู้รักษาระเบียบการประชุม และดำเนินการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับ

ข้อ 22 อุปนายก มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายกสมาคมในกิจกรรมต่างๆ ทั่วไป และรักษาการแทนนายกสมาคมในเมื่อนายกไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ในระหว่างรักษาการแทนนายกสมาคม อุปนายกมีสิทธิและความรับผิดชอบเช่นเดียวกับนายกสมาคมทุกประการ

ข้อ 23 เลขาธิการ มีหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการของสมาคมทั้งหมด และหน้าที่รับผิดชอบโดยเฉพาะในกิจกรรม ดังต่อไปนี้
23.1 ทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุม ทำระเบียบวาระ และรายงานการประชุมคณะกรรมการบริหาร และการประชุมใหญ่สามัญประจำปี
23.2 ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าของเจ้าหน้าที่ของสมาคม (ถ้ามี) ในการดำเนินกิจกรรมของสมาคม
23.3 ร่างโต้ตอบ และเก็บรักษาหนังสือ หลักฐานของสมาคม
23.4 จัดทำรายงานประจำปี
23.5 ควบคุมดูแลรักษา และจัดทำทะเบียน อาคาร สถานที่ ยานพาหนะ พัสดุ และครุภัณฑ์ของสมาคม
23.6 ประสานงานกิจกรรมต่างๆ ตามที่นายกสมาคมมอบหมาย หรือตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร

ข้อ 24 เหรัญญิก มีหน้าที่รับผิดชอบงานการเงินของสมาคมทั้งหมด จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย หนี้สิน และบัญชีงบดุลของสมาคม เก็บรักษาเงินรวม และเอกสารหลักฐานการเงินของสมาคม เสนอต่อคณะกรรมการบริหาร และทำรายงานการเงินเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อตรวจสอบ

ข้อ 25 ปฏิคม มีหน้าที่ติดต่อ ต้อนรับ และอำนวยความสะดวกแก่สมาชิกหรือผู้เยี่ยมเยียนสมาคม จัดเตรียมสถานที่ของสมาคม และสถานที่ประชุมต่างๆ ของสมาคม

ข้อ 26 นายทะเบียน มีหน้าที่รับผิดชอบงานทะเบียนสมาชิกของสมาคมทั้งหมด จัดทำและรักษาทะเบียนและประวัติของสมาชิกให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ ออกบัตรสมาชิก ประสานงานกับเหรัญญิก ในการติดตามทวงถาม และเรียกเก็บเงินค่าบำรุงจากสมาชิก

ข้อ 27 สาราณียกร มีหน้าที่รับผิดชอบห้องสมุดของสมาคม จัดทำเอกสารต่างๆ เช่น ข่าวสาร แถลงการณ์ วารสาร เผยแพร่กิจกรรมของสมาคม

ข้อ 28 ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจกรรมและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมและสมาชิก ตลอดจนติดต่อเชื่อมโยงกิจกรรมของสมาคมกับสมาชิก หรือผู้เกี่ยวข้องให้บังเกิดผลดีแก่สมาคม

ข้อ 29 กรรมการกลาง มีหน้าที่ควบคุมดูแลให้กิจกรรมของสมาคมเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ช่วยเหลือกิจกรรมฝ่ายต่างๆ ของสมาคม และมีหน้าที่ตามที่นายกสมาคมจะมอบหมายให้

ข้อ 30 กรรมการที่ปรึกษา มีหน้าที่ให้คำแนะนำในกิจกรรมทั่วไปของสมาคม

หมวดที่ 6 คณะกรรมการบริหาร

ข้อ 15 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการบริหาร” มีหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ คณะกรรมการบริหารประกอบด้วยบุคคลจำนวนไม่ต่ำกว่า 11 คน แต่ไม่เกิน 15 คน มีดังต่อไปนี้
15.1 นายกสมาคม 1 คน
15.2 อุปนายกสมาคม 1 คน
15.3 เลขาธิการ 1 คน
15.4 เหรัญญิก 1 คน
15.5 ปฏิคม 1 คน
15.6 นายทะเบียน 1 คน
15.7 สาราณียกร 1 คน
15.8 ประชาสัมพันธ์ 1 คน
15.9 กรรมการกลาง 2-5 คน
15.10 กรรมการที่ปรึกษา 1-2 คน

ข้อ 16 ให้คณะกรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งวาระละ 2 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเลือกตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่ และครองตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน

ข้อ 17 เมื่อมีการเลือกตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่ ให้คณะกรรมการบริหารชุดเก่ารักษาการต่อไปจนกว่าจะส่งมอบงานให้คณะกรรมการบริ หารชุดใหม่เสร็จ ซึ่งต้องส่งมอบงานแต่ละหน้าที่และหลักฐานบัญชีการเงินและทรัพย์สินอื่นๆ ให้เสร็จภายใน 30 วัน หลังจากได้รับการจดทะเบียนจากนายทะเบียน การมอบหมายงานให้ทำเป็นหนังสือไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ให้ระบุวันเริ่มต้นการมอบหมายงาน และวันเสร็จสิ้นการมอบหมายงายนั้นด้วย

ข้อ 18 ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกสมาคม ต้องเป็นสมาชิกสามัญ และได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้งจากสมาชิก ภายใน 15 วัน หลังจากการเลือกตั้ง และให้นายทะเบียนประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกทราบ และปิดประกาศ ณ สำนักงานของสมาคม

ข้อ 19 ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการที่ปรึกษา คือผู้ที่คณะกรรมการบริหารได้เชิญมาเป็นกรรมการ และอยู่ในตำแหน่งตามวาระของคณะกรรมการบริหารชุดที่เป็นผู้แต่งตั้งนั้น และกรรมการที่ปรึกษาไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร

ข้อ 20 ให้ผู้เริ่มก่อตั้งสมาคม เป็นผู้เลือกตั้งคณะกรรมการชุดแรก ประกอบด้วย นายกสมาคม และกรรมการอื่นๆ ตามข้อบังคับของสมาคม

หมวดที่ 5 การขาดจากสมาชิกภาพ

ข้อ 12 สมาชิกภาพของสมาชิกขาดลงเมื่อ
12.1 ตาย
12.2 ลาออก
12.3 ขาดคุณสมบัติ
12.4 คณะกรรมการบริหารมีมติให้ขาดสมาชิกภาพด้วยเหตุที่ผู้นั้นประพฤติตนเป็นปรปักษ์ หรือนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

ข้อ 13 สมาชิกผู้ใดมีความประสงค์จะลาออกจากสมาชิกภาพ ให้แสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อเลขาธิการ เพื่อนำเสนอคณะกรรมการบริหารรับทราบ

ข้อ 14 ให้เลขาธิการแจ้งรายชื่อผู้ขาดจากสมาชิกภาพ ต่อนายทะเบียน และปิดประกาศ ณ สำนักงานของสมาคม

หมวด 4 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 10 สิทธิของสมาชิก มีดังต่อไปนี้
10.1 ประดับเข็ม และ/หรือเครื่องหมายสมาคมในรูปแบบอื่นๆ ที่สมาคมจัดทำขึ้น
10.2 เข้าร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี การประชุมใหญ่วิสามัญ การประชุมวิชาการ การแสดงนิทรรศการ และกิจกรรมอื่นๆ ที่สมาคมจัดให้มีขึ้น
10.3 เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของสมาคมต่อคณะกรรมการบริหาร หรือในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี
10.4 เข้าใช้สถานที่ของสมาคมในขอบเขตที่กำหนดให้
10.5 ได้รับข่าวสาร บริการ หรือผลประโยชน์ที่สมาคมจัดให้มีขึ้น
10.6 ได้รับรางวัล จากผลงาน หรือการปฏิบัติงานที่ดีเด่น ตามที่คณะกรรมการบริหารได้ลงมติ และเป็นที่ยอมรับของสมาชิก
10.7 ส มาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหาร มีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุมได้คนละ 1 คะแนนเสียง
10.8 สมาชิกสามัญมีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการบริหาร เพื่อตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน และบัญชีทรัพย์สินของสมาคมได้
10.9 สมาชิกสามัญมีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้

ข้อ 11 หน้าที่ของสมาชิก มีดังต่อไปนี้
11.1 ปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม และระเบียบที่คณะกรรมการบริหารกำหนดขึ้น
11.2 ให้ความร่วมมือ ส่งเสริม และสนับสนุนกิจกรรมของสมาคม เพื่อให้การดำเนินงานของสมาคมบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
11.3 รักษาเกียรติคุณของสมาคม และสาขาวิชาศิลปศึกษา

หมวด 3 สมาชิก

ข้อ 6 ประเภทของสมาชิก แบ่งออกเป็น 4 ดังต่อไปนี้
6.1 สมาชิกสามัญ
6.2 สมาชิกวิสามัญ
6.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์
6.4 ยุวสมาชิก

ข้อ 7 คุณสมบัติของสมาชิก มีดังต่อไปนี้
7.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่
7.1.1 ผู้ที่เป็นบัณฑิตสาขาวิชาศิลปศึกษา หรือเคยศึกษาในสาขาวิชาศิลปศึกษา
7.2 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่
7.2.1 ผู้ที่สนใจขอสมัครเป็นสมาชิก ที่ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหาร
7.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่
7.3.1 ผู้ร่วมก่อตั้งสาขาวิชาศิลปศึกษา
7.3.2 ผู้ที่ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำ หรืออาจารย์พิเศษของสาขาวิชาศิลปศึกษา
7.3.3 ผู้ที่มีอุปการะคุณต่อสมาคม และ/หรือสาขาวิชาศิลปศึกษา
7.3.4 ผู้ที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควรให้เชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
7.4 ยุวสมาชิก ได้แก่
7.4.1 ผู้ที่กำลังศึกษาในสาขาวิชาศิลปศึกษา

ข้อ 8 การสมัครเข้าเป็นสมาชิก
8.1 ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหมวด 3 ข้อ 7
8.2 ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกให้ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการ พร้อมรับหนังสือข้อบังคับสมาคม
8.3 ให้เลขาธิการนำรายชื่อผู้สมัคร เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารเพื่อพิจารณาในการรับเข้าเป็นสมาชิก
8.4 คณะกรรมการบริหารมีอำนาจที่จะไม่รับผู้สมัครใดเข้าเป็นสมาชิก เมื่อเห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้สมัครนั้นอาจนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาค มได้ภายหลัง ซึ่งคณะกรรมการบริหารไม่จำเป็นต้องชี้แจงสาเหตุในการไม่รับผู้สมัครนั้นเป็น สมาชิก
8.5 เมื่อคณะกรรมการบริหารได้ลงมติรับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้เลขาธิการแจ้งให้ผู้สมัครทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน 30 วัน นับจากวันรับใบสมัคร และปิดประกาศ ณ สำนักงานของสมาคม
8.6 สมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันที่ผู้สมัครชำระค่าบำรุงสมาคม ภายใน 30 วัน หลังจากที่ได้รับหนังสือตอบรับเข้าเป็นสมาชิก
8.7 ให้นายทะเบียนลงชื่อไว้ในทะเบียนสมาชิกของสมาคม ให้หมายเลขสมาชิก ออกบัตรสมาชิก และปิดประกาศ ณ สำนักงานของสมาคม

ข้อ 9 ค่าบำรุงสมาคม
9.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องชำระค่าสมัครและค่าบำรุงสมาคมตลอดชีพ
9.2 สมาชิกสามัญ ชำระค่าสมัคร 50 บาท และค่าบำรุงสมาคมตลอดชีพ 150 บาท
9.3 สมาชิกวิสามัญ ชำระค่าสมัคร 100 บาท และค่าบำรุงสมาคมตลอดชีพ 400 บาท
9.4 ยุวสมาชิก ชำระค่าสมัคร 50 บาท เมื่อแรกเข้าหรือกำลังศึกษาในสาขาวิชาศิลปศึกษา และเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วชำระค่าบำรุงสมาคมตลอดชีพ 150 บาท จะเปลี่ยนประเภทเป็นสมาชิกสามัญ ถ้ายุวสมาชิกผู้ใดสำเร็จการศึกษาแล้วไม่ได้ชำระค่าบำรุงสมาคมตลอดชีพ ก็จะขาดจากสมาชิกภาพ

หมวด 2 วัตถุประสงค์

ข้อ 5 วัตถุประสงค์ของสมาคม มีดังต่อไปนี้
5.1 เพื่อเป็นศูนย์กลางการติดต่อสื่อสาร ข่าวสาร กิจกรรม แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์ระหว่างสมาชิก สมาคม และสาขาวิชาศิลปศึกษา
5.2 เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ ความสามัคคี ความเข้าใจอันดีต่อกัน และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างสมาชิก ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และคณาจารย์ของสาขาวิชาศิลปศึกษา
5.3 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และเผยแพร่องค์ความรู้ ความก้าวหน้าทางวิทยาการทางด้านศิลปศึกษาให้แก่สมาชิก ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และสังคม
5.4 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมของสาขาวิชาศิลปศึกษา
5.5 เพื่อส่งเสริมและผดุงเกียรติของสาขาวิชาศิลปศึกษา และสมาชิกที่ดีเด่น
5.6 เพื่อสนับสนุนหรือร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ เพื่อการกุศล และสาธารณประโยชน์
5.7 ไม่ดำเนินการใดที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาผลประโยชน์เชิงพาณิชย์
5.8 ไม่ดำเนินการใดที่เกี่ยวข้องกับการเมือง

28 กรกฎาคม 2006

หมวด 1 ทั่วไป

หมวด 1
ทั่วไป

ข้อ 1 ชื่อของสมาคม
1.1 สมาคมนี้มีชื่อภาษาไทยว่า "สมาคมศิษย์เก่าศิลปศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น" ใช้ชื่อย่อว่า "สศมข"
1.2 สมาคมนี้มีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Art Education, Khon Kaen University Alumni Association" ใช้ชื่อย่อว่า "AEKKU"

ข้อ 2 เครื่องหมายของสมาคม
สมาคมนี้มีเครื่องหมายเป็นรูปตัวอักษร "A" โดยมีชื่อย่อ "สศมข" อยู่ด้านล่างในเครื่องหมายภาษาไทย และมีชื่อย่อ "AEKKU" อยู่ด้านล่างในเครื่องหมายภาษาอังกฤษ






เครื่องหมายภาษาไทย












เครื่องหมายภาษาอังกฤษ







ข้อ 3 สถานที่ตั้งของสมาคม
สมาคมนี้มีสำนักงานตั้งอยู่ เลขที่ ...

ข้อ 4 นิยามของข้อบังคับสมาคม มีดังต่อไปนี้
4.1 "สมาคม" หมายถึง สมาคมศิษย์เก่าศิลปศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
4.2 "กรรมการบริหาร" หมายถึง กรรมการบริหารสมาคมศิษย์เก่าศิลปศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
4.3 "สมาชิก" หมายถึง สมาชิกสมาคมศิษย์เก่าศิลปศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
4.4 "สาขาวิชาศิลปศึกษา" หมายถึงสาขาวิชาศิลปศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น